Nana

ตอนแรกที่ฉันเห็นหมอนั้นเป็นครั้งแรก

 

 

สิ่งแรกที่รู้สึกได้

 

 

ก็มีแต่ความไม่ชอบขี้หน้าเท่านั้น

 

 

ใช่แล้วละ ฉันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

 

 

ไม่ชอบขี้หน้าเอามากๆ

 

 

เหม็นขี้หน้าจนไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวด้วย

 

 

เป็นไปได้ก็จะขอหนีไกลๆเลยละ

 

 

แต่พอลองคิดดูดีๆแล้ว

 

 

ความจริงคงจะถึงขั้นเกลียดเลยล่ะ

 

 

ใช่แล้ว ฉันเกลียดหมอนั้นทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง

 

 

เกลียดตั้งแต่หัวจรดเท้าไปจนถึงนิสัยที่ชวนรับไม่ได้นั้น

 

 

เกลียดสีผม ที่แปลกประหลาดกว่าชาวบ้าน

 

 

สีผมสีเงินที่ดูเหมือนกับหิมะยามค่ำคืนที่สะท้อนแสงจันทร์

 

 

ทั้งสีตา ที่เป็นสีที่ฉันเกลียดที่สุด

 

 

 

ตาสีแดงสุกใส ที่ดูเหมือนกับทับทิมนั้น

 

 

เกลียดนิสัย หน้าม่อ เจ้าชู้ ไม่ได้เรื่อง หัวไม่ดี และ กวนประสาทเป็นที่สุด !!

 

 

ต้องยอมรับ เรื่องที่ว่าหมอนี้ มันไม่มีข้อดีอะไรเลยแม้แต่น้อยนิด

 

 

ฉันนะคิดอย่างนั้นมาตลอดล่ะ

 

 

อ้อใช่ แล้วที่จัดงานวันเกิดให้เจ้าหมอนั้นในวันเนี้ย

 

 

เป็นเพราะมินจัง โซลจี้ อีฟจี้ เขาขอร้องมาทั้งนั้นแหละ

 

 

เฮ้อ ให้ตายสิ แล้วก็ทำเละเทะอย่างที่คิดไว้ด้วย

 

 

ทั้งงานมีแต่พวกเมาแล้วอาละวาดทั้งนั้น

 

 

แล้วก็มีแต่คนแห่ยกกันมาเต็มไปหมด

 

 

ทั้งเซจัง คุณหมา บลาๆ ไปจนถึงคุฟฟ์

 

 

นั้นไง เอาอีกแล้ว เอะอะโวยวายกันได้สมกับงานวันเกิดของหมอนี้จริงๆ

 

 

ฉันได้แต่ถอดหายใจเฮือกใหญ่ นั่งมองน้ำผลไม้ที่วางไว้ตรงหน้า

 

 

เดี๋ยวค่อยดูสิ พรุ่งนี้เช้าก็ต้องได้ทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่

 

 

ก็ล่อซะวินาศสันตะโรซะขนาดนั้น

 

 

แล้วงานพวกนี้ มันจะหนีไม่พ้นฉันอีกตามเคย

 

 

ให้ตายสิ ! ขนาดงานวันเกิดฉันยังไม่เคยทำเละแบบนี้เลยนะย่ะ

 

 

ก็ได้แต่นั่งบ่น นั่งมองต่อไปเรื่อยๆ จวบจนกระทั้งนาฬิกาที่ข้างผนังร้องตีบอกเวลาเที่ยงคืน

 

 

ทุกคนที่อยู่ในงาน ไม่เมาหลับไป ก็นอนเกะกะขวางทางเต็มไปหมด

 

 

แค่งานวันเกิดวันเดียว ทำไมต้องล่อซะคุ้มด้วยนะ

 

 

ตุ้บ !

 

 

เสียงเจ้าของงานวันเกิดนั่งลงแล้วถือวิสาสะเอาหลังมาเอนฉันซะดื้อๆ

 

 

เออ เอาเข้าไป

 

 

แล้วหมอนั้นก็เริ่มพูด ไม่สิ พล่ามมากกว่า

 

 

ส่วนมากฉันไม่ฟังเท่าไรหรอก

 

 

เพราะตอนนี้ฉันอยากนอนเต็มแก่แล้ว

 

 

เอาแต่พูดๆๆๆ เสร็จแล้วก็หันมาฉีกยิ้มแยกเขี้ยว

 

 

ยิ้มแบบที่เคยทำเป็นประจำทุกครั้ง และ กับทุกคน

 

 

ต้องยอมรับเลยว่าอาจจะเป็นแค่หนึ่งไม่กี่ข้อดีของหมอนี้

 

 

รอยยิ้มที่ดูอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา

 

 

หลายๆคนบอกว่ามันบ้า ใช่ ฉันไม่ค้านหรอก

 

 

แต่บางครั้งรอยยิ้มนั้นสำหรับฉันแล้ว

 

 

มันก็ไม่แตกต่างอะไรไปจากพระอาทิตย์หรอก

 

 

สว่าง

 

 

เจิดจ้า

 

 

และ

 

 

ให้ความอบอุ่นกับคนรอบข้างเสมอ

 

 

ข้อดีข้อใหญ่ที่ทำให้ทุกคนไม่พาลเกลียดหมอนี้

 

 

ไม่ว่าจะงี่เง่าแค่ไหนก็ตามเถอะ

 

 

หมอนั้นยังคงพล่ามอยู่

 

 

น่าแปลกใจเหมือนกันที่หมอนี้ไม่ลงไปกองกับพื้นเพราะฤทธิ์เหล้าเหมือนกับคนอื่นๆ

 

 

แต่ละคำที่พูดออกมา ก็ใกล้เคียงกับคนเริ่มจะเมาแล้วละ

 

 

ตุ้บ !

 

 

เสียงฉันเอนหลังพิงหมอนั้นคืนบ้าง

 

 

ไม่ต้องหันมามองนะ เจ้าบ้าหน้าม่อ

 

 

ฉันเอ่ยดักคอไอ้เจ้าของงานวันเกิดไว้ ก่อนที่จะมีคำถามไหลตามมา

 

 

ซึ่งฉันไม่อยากจะตอบ

 

 

แล้วฉันก็ได้ยินเสียงหมอนั้นอ้อมแอ้มในลำคอเหมือนตกลง

 

 

โอเค ว่าง่ายแบบนี้ได้ค่อยดีหน่อย

 

 

เอาละ เมื่อกี้ฉันบ่นไปถึงไหนแล้วนะ

 

 

บางทีฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

 

 

ทำไมถึงยังทนอยู่กับหมอนี้ต่อไปได้

 

 

ทั้งๆที่ชีวิตนี้ ไอ้เจ้าบ้านั้นอาจจะมีข้อดีเพียงข้อเดียวเท่านั้น

 

 

อืม พอมาคิดๆดูดีๆแล้ว

 

 

ความจริงฉันอาจจะอิจฉาหมอนี้ก็ได้ ถึงได้พาลเหม็นขี้หน้าไปซะขนาดนั้น

 

 

อิจฉารอยยิ้มนั้นที่ดูอบอุ่นเสมอ

 

 

อิจฉาที่สามารถแจกจ่ายรอยยิ้มให้ทุกคนได้โดยไม่ต้องฝืน

 

 

รอยยิ้มนั้นมีแค่เพียงความจริงใจเท่านั้น

 

 

ซึ่งฉันไม่สามารถทำได้ แม้จะยิ้มได้แบบนายก็ตามทีเถอะ

 

 

แต่ก็ช่างมันดีกว่า

 

 

ไม่ว่าจะอิจฉารึไม่อิจฉา

 

 

ฉันก็หวังจะให้มีรอยยิ้มนั้นตลอดไป

 

 

อยากให้มีรอยยิ้มแบบนี้อยู่บนใบหน้านายไปเรื่อยๆ

 

 

แม้ว่าบางครั้งนายจะไม่ได้แจกยิ้มมาถึงคนอย่างฉันก็ตาม

 

 

อ่า จะว่าไปยังไม่ได้อวยพร รึ ขออะไรให้นายในวันเกิดเลยสินะ

 

 

มือข้างซ้ายของฉันกระทุ้งแขนเสื้อสีเทาของหมอนั้น

 

 

เหมือนจะบอกว่าฉันอยากจะพูดบ้าง

 

 

แล้วมือข้างที่กระทุ้งแขนเสื้อนั้น ก็เปลี่ยนมากำเบาๆแทน

 

 

แต่ก็ยังไม่วายที่ต้องให้เอ็ดเรื่องไม่ให้หันมาอยู่ดี

 

 

เอาไงดีละ พอขอพูดบ้างฉันกลับพูดไม่ออก

 

 

เออ แล้วใครก็อย่ามาคิดว่าฉันซึนเลย หยุดความคิดบ้างๆนั้นเดี๋ยวนี้ !

 

 

กะอีกแค่ฉันเขินนิดเขินหน่อยตามธรรมชาติผู้หญิง ก็ดันไปเหมารวมว่าซึนซะหมด

 

 

“สรุปว่าผักจะพูดป่ะ”

 

 

ไอ้บ้านี่

 

 

คนเขาคิดหาคำพูดอยู่นะเฟ้ย มาเร่งๆอยู่เดี๋ยวแม่ก็สาปส่งใส่เลยนี่

 

 

ถอดหายใจเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของวันนี้ พลางนั่งนึกถึงคำพูดที่ตัวเองอยากจะพูด

 

 

“ฉันนะ ไม่รู้จักเทพเจ้า รึ สิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรที่จะขอพรได้หรอกนะ

 

 

เพราะไม่รู้ว่าจะขอกับใคร งั้นขอกับนายแทนแล้วกัน

 

 

ดูเหมือนหมอนั้นจะทำหน้างงๆพอฉันพูดเสร็จ

 

 

กะแล้ว ว่ามันต้องสมองทื่อตามอะไรๆยากๆไม่ทัน

 

 

ขอให้นายมีรอยยิ้มไปจนกว่าฝาประตูโลงของนายจะตอกปิด

 

 

อยากให้มีรอยยิ้มนั้นเรื่อยไป

 

 

และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ขอให้นายมีความสุข มีความสุขมากๆกับชีวิตด้วย

 

 

อยากให้มีความสุขมากๆ เพราะมันทำให้ยิ้มได้

 

 

ฉันขอให้นายเป็นแบบนั้นตลอดไป

 

 

นับตั้งแต่วินาทีนี้เลยล่ะ

 

 

ที่ฉันจะขอมีแค่นี้แหละ แล้วฉันก็ง่วง จะนอนแล้ว เพราะงั้นอย่าเซ้าซี้มาก

 

 

เหมือนว่าจะไม่เปิดช่องให้หมอนั้นพูดเลย

 

 

ก็ลองเปิดช่องให้พูดดูสิ เดี๋ยวก็พูดอะไรประหลาดๆออกมาอีก

 

 

พูดจบฉันก็หลับตาลงมันซะดื้อๆ ปิดประสาทที่มีอยู่ทั้งหมดลง แล้วเข้าไปในความฝันแทน

 

 

เออ ลืมพูดอีกอย่าง

 

 

ฉันพูดอ้อมแอ้มในลำคอ ในขณะที่กำลังจะหลับ

 

 

ลืมตามองเพดานสีขาวเป็นครั้งสุดท้าย

 

 

 

ก่อนที่ตามันจะปิดลงอีกครั้ง

 

 

Happy Birthday นะ ไลน์ วี วาเลนไทน์

 

 

http://i107.photobucket.com/albums/m312/kanaaejun/hbdline.jpg
***********************************
อะไรนะ จบแล้วเรอะ
 
 
 
แหม่ มันก็ต้องเป็นแบบนั้นสิ (ฮา)
 
 
แต่ให้ตายเหอะ ทั้งฟิคทั้งภาพ แม่มเผาโฮกฮากพอกัน ชิ
 
 
ฟิคนะ ตอนที่เขียนเพราะตอนวาดภาพรุ้แล้วมันไม่สวยนะสิ (ฮา)
 
 
ที่เขียนลงทั้งหมด คาดว่าจะเป็นความรู้สึกของคานะละมั้ง ?
 
 
เอ้าๆ เจ้าตัวปฏิเสธิด้วยว่าไม่วึน เพราะงั้นอย่าพูดอีกละ (ถึงแม้พฤติกรรมจะชวนเชื่อก็เถอะ)
 
 
ฟิคก็เผา 30 น. เสร้จ เป็นฟิคกึ่งใบ้ที่มองผ่านมุมมองคานะ
 
 
ใครอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจากนี้โหวตมา แล้วจะเขียนภาคต่อให้ (ฮา แต่คงไม่มีสินะๆ)
 
 
 
คานะมันก็เป้นคนแบบนี้ละ
 
 
อยากให้คนรอบตัวของตัวเองมีความสุข
 
 
แม้เจ้าตัวจะไม่ได้ก็ตาม
 
 
สังเกตว่าคานะใม่ได้ขอให้ไลน์มันยิ้มให้ด้วยนะ
 
 
แต่ขอให้ไลน์มีความสุขแทน
 
 
ซึ่งมันเป็นอะไรที่เลี่ยน กูเขียนได้ไง (ฮา)
 
 
แหม่ เขียนไปมา น่าเอาดีด้านนิยายรักเนอะ แฟนตาซีไม่เอาหัวมันแล้ว (ฮา)
 
 
 
แล้วมีคนยกมือถามอีก
 
 
 
ความจริงแล้วคานะมันมันคิดแบบไลน์ยังไง
 
 
ก็อย่างที่อ่านไป
 
 
 
 
เหม็นขี้หน้าจนเข้าขั้นเกลียด
 
 
เกลียดจนกลายเป็น........ (เติมคำในช่องว่าง กร๊ากกก)
 
 
 
เอ้า ฝากคานะไว้กับไลน์อีกปีแล้วกัน
 
 
อย่าทำให้ยัยนี้ต้องนั่งรออย่างเหงาๆคนเดียวละ
 
 
 
แล้วอีคะน้าก็อวยพรไม่ต่างกับคานะเท่าไหร่หรอก
 
 
เพราะงั้น
 
 
HBD ละกันจ้า
 
 
อายุ 17 แล้ว มีความสุขมากๆจากวินาทีที่อ่านข้อความนี้เลย XD
 
 
สุดท้ายนี้
 
 
ฝากเพลงนี้ไว้สักเพลง
 
 
(แอบชอบมากๆ อาจเป็นหนึ่งในเพลงประจำตัวของคานะก็ได้)
 
 
ให้ได้อารมณ์ กรุณาย้อนไปอ่าน แล้วฟังเพลงไปด้วย (ฮา)
 
 
 
 
ป.ล. ทริคประจำวันนี้ ไลน์มันอายุตามเจ้าของ ซึ่งคือ 17 แล้วสินะ แต่ของคานะมันตามหลังอีคะน้าอยู่ 1 ปี
 
 
หมายความว่า ไลร์เต๊าะเด็ก (นั่งฮากับนุไอ้ประโยคเนี้ย)

edit @ 19 Aug 2008 22:56:01 by คะน้าใบเขียว : โหมด มืดมนยกกำลังล้านล้าน

edit @ 19 Aug 2008 22:57:01 by คะน้าใบเขียว : โหมด มืดมนยกกำลังล้านล้าน

edit @ 19 Aug 2008 22:59:01 by คะน้าใบเขียว : โหมด มืดมนยกกำลังล้านล้าน